การผ่าตัดใช้เวลารวมประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที ตัวเลขนี้นับรวมการให้ยา การทำความสะอาดบริเวณผ่าตัด และการผ่าตัดไว้แล้ว ระหว่างผ่าตัดจะอยู่ภายใต้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยานอนหลับแบบหลับตื้น ทางคลินิกอธิบายว่าเมื่อยาชาเฉพาะที่ออกฤทธิ์อยู่ ความรู้สึกเจ็บจะไม่มาก และมักอยู่ในระดับความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม ส่วนช่วงที่คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่าเจ็บจริงคือ 3 ถึง 4 วันแรกหลังผ่าตัด ซึ่งอาการจะเพิ่มขึ้นก่อนแล้วจึงค่อย ๆ ทุเลาลง ทั้งหมดนี้ต่างกันไปในแต่ละบุคคล
การผ่าตัดใช้เวลารวมประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที ตัวเลขนี้นับรวมการให้ยา การทำความสะอาดบริเวณผ่าตัด และการผ่าตัดไว้แล้ว ระหว่างผ่าตัดจะอยู่ภายใต้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยานอนหลับแบบหลับตื้น ทางคลินิกอธิบายว่าเมื่อยาชาเฉพาะที่ออกฤทธิ์อยู่ ความรู้สึกเจ็บจะไม่มาก และมักอยู่ในระดับความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม ส่วนช่วงที่คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่าเจ็บจริงคือ 3 ถึง 4 วันแรกหลังผ่าตัด ซึ่งอาการจะเพิ่มขึ้นก่อนแล้วจึงค่อย ๆ ทุเลาลง ทั้งหมดนี้ต่างกันไปในแต่ละบุคคล
สวัสดีครับ ที่นี่ HANI Plastic Surgery คลินิกศัลยกรรมตกแต่งย่านคังนัม กรุงโซล ในห้องปรึกษามีคำถามสองข้อที่มักถูกถามติดกันเสมอ คือใช้เวลานานไหม กับเจ็บไหม สองข้อนี้ฟังเหมือนเป็นเรื่องเดียวกัน แต่คำตอบของมันอยู่คนละช่วงเวลา
ตัวเลข 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที นับอะไรไว้บ้าง?
นับรวมการให้ยา การทำความสะอาดบริเวณผ่าตัด และการผ่าตัดไว้ทั้งหมดแล้ว
คนไข้จำนวนไม่น้อยอ่านตัวเลขนี้เป็นเวลาที่ทำการผ่าตัดกับเปลือกตาล้วน ๆ แล้วบวกขั้นตอนอื่นเข้าไปเองอีกชั้นในหัว ภาพของวันนั้นจึงยาวกว่าความจริง ขั้นตอนก่อนทำการผ่าตัดถูกนับรวมอยู่ในตัวเลขนี้เรียบร้อยแล้ว
สิ่งที่ไม่ได้อยู่ในตัวเลขนี้คือเวลาก่อนเข้าและหลังออกจากห้องผ่าตัด เช่น การยืนยันแผนกันอีกครั้งในวันนั้น และการนั่งพักจนพร้อมเดินทางกลับ สองส่วนนี้ต่างกันมากในแต่ละคน คนที่เดินทางมาจากต่างประเทศจึงควรเผื่อเวลาไว้ทั้งวัน ไม่ใช่วางแผนจากตัวเลขชั่วโมงครึ่งเพียงอย่างเดียว
ทำไมจึงบอกเป็นช่วง ไม่ใช่ตัวเลขเดียว?
เพราะสิ่งที่วางแผนไว้ในวันนั้นไม่เท่ากันในแต่ละคน
แผนการผ่าตัดของแต่ละคนประกอบด้วยรายการไม่เท่ากัน บางคนทำเฉพาะชั้นตา บางคนมีการแก้ไขกล้ามเนื้อตาหรือการเปิดมุมตารวมอยู่ด้วย จำนวนรายการที่ต่างกันย่อมทำให้เวลาต่างกัน
ทางคลินิกอธิบายว่าแผนการผ่าตัดกำหนดเป็นรายบุคคลตามรูปทรงที่ต้องการ ตัวเลขที่แคบกว่านี้จะดูแม่นยำขึ้นก็จริง แต่จะไม่ตรงกับความจริงของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า
ระหว่างผ่าตัดจะหลับสนิทหรือยังรู้สึกตัว?
เป็นการหลับตื้น ไม่ใช่การหลับสนิทจนไม่รับรู้อะไรเลย
วิธีที่ใช้คือยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยานอนหลับ สองอย่างนี้ทำงานคนละหน้าที่ ยาชาเฉพาะที่รับผิดชอบการตัดความเจ็บบริเวณเปลือกตา ส่วนยานอนหลับลดความตื่นตัวและความตึงเครียดลง ไม่ใช่ตัวที่ทำให้ไม่เจ็บ
เพราะไม่ใช่การหลับสนิท คนไข้บางคนจึงจำเสียงพูดหรือความรู้สึกว่ามีคนกำลังทำอะไรอยู่ได้เป็นช่วง ๆ เรื่องนี้คาดไว้ล่วงหน้าได้ ไม่ใช่สัญญาณว่ายาไม่ได้ผล คนที่ไม่ทราบมาก่อนมักตกใจกับการรู้สึกตัวนั้นเอง มากกว่าตกใจกับสิ่งที่รู้สึกจริง ๆ
ระหว่างผ่าตัดจะรู้สึกอย่างไร?
ทางคลินิกอธิบายว่าเนื่องจากผ่าตัดในสภาวะที่ยาชาเฉพาะที่ออกฤทธิ์อยู่ ความรู้สึกเจ็บจึงไม่มาก และมักอยู่ในระดับความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม
คำนี้อาจฟังดูคลุมเครือ สิ่งที่คนไข้เล่าตรงกันบ่อยคือรู้สึกว่ามีการสัมผัส มีแรงกด หรือมีบางอย่างเคลื่อนอยู่บนเปลือกตา โดยไม่มีความรู้สึกแหลมคมแบบที่เรียกว่าเจ็บ
ระดับความรู้สึกนี้ต่างกันไปในแต่ละคน บางคนแทบไม่จำอะไรได้เลย บางคนจำได้เป็นช่วง ๆ ความต่างนี้ไม่ได้บอกว่าการผ่าตัดของใครเป็นอย่างไร
แล้วช่วงที่คนส่วนใหญ่บอกว่าเจ็บ คือช่วงไหน?
คือ 3 ถึง 4 วันแรกหลังผ่าตัด ไม่ใช่ระหว่างผ่าตัดครับ
ทางคลินิกอธิบายว่าในช่วง 3 ถึง 4 วันแรก อาการบวมจะเพิ่มขึ้นและความเจ็บก็เพิ่มขึ้นตาม จากนั้นจึงค่อย ๆ ทุเลาลง ลำดับแบบนี้สวนทางกับภาพที่คนส่วนใหญ่วาดไว้ล่วงหน้า ซึ่งมักเป็นเส้นที่ดีขึ้นทุกวันนับตั้งแต่วันแรก
ช่องว่างระหว่างภาพที่วาดไว้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง สร้างความตกใจได้มากกว่าตัวความเจ็บเอง คนที่ทราบล่วงหน้าว่าวันที่สองและวันที่สามจะรู้สึกแย่กว่าวันแรก จะเห็นขั้นตอนที่คาดไว้ ส่วนคนที่ไม่ทราบจะเห็นสัญญาณว่ามีอะไรผิดพลาด ทั้งที่กำลังมองสิ่งเดียวกัน
นี่คือเหตุผลที่คำถามว่าเจ็บไหมไม่ควรตอบด้วยคำเดียว การตอบว่าไม่เจ็บมากจะจริงเฉพาะกับช่วงที่อยู่ในห้องผ่าตัด และจะกลายเป็นคำที่ผิดในวันที่สามที่ที่พัก
ถ้าปวดขึ้นมาจริง ๆ ทำอะไรได้บ้าง?
มียาที่คลินิกจ่ายให้เป็นชุดหลัก และหากยังปวดอยู่บ้าง กินยาแก้ปวดทั่วไปอย่างพาราเซตามอลเพิ่มได้
ทางคลินิกระบุว่าความเจ็บในระดับหนึ่งจัดการได้ด้วยการกินยาแก้ปวดทั่วไปเสริมจากยาที่คลินิกจ่ายให้ คำสำคัญในประโยคนี้คือคำว่าเสริม ยาของคลินิกยังเป็นชุดหลักที่กินตามที่แจ้งไว้
สิ่งที่ควรทำควบคู่กันคือจดไว้ว่ากินเพิ่มวันไหนบ้าง ความเจ็บที่ต้องพึ่งยาเสริมหลายวันติดโดยไม่มีทีท่าลดลง เป็นข้อมูลคนละชนิดกับความเจ็บที่ลดลงช้า และเป็นข้อมูลที่ควรแจ้งคลินิก
ความเจ็บแบบไหนที่ไม่ใช่ความเจ็บของการพักฟื้น?
ความเจ็บที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมอาการร้อนและรอยแดงที่บริเวณแผล
เส้นแบ่งไม่ได้อยู่ที่ระดับความเจ็บ แต่อยู่ที่ทิศทางของมัน ความเจ็บของการพักฟื้นเพิ่มขึ้นในช่วงแรกแล้วเปลี่ยนทิศลง ส่วนความเจ็บที่ควรรีบกลับมาตรวจคือความเจ็บที่เดินหน้าขึ้นอย่างเดียว โดยมีอาการร้อนและรอยแดงมาด้วย
สัญญาณอื่นที่ไม่ควรรอเช่นกันคือ เลือดที่ไหลไม่หยุด การมีหนองร่วมกับมีไข้ และการมองเห็นที่ยังมัวต่อเนื่อง กรณีเหล่านี้ให้ติดต่อคลินิกและกลับมาตรวจ ไม่ต้องรอถึงวันนัดตัดไหม ช่องทางติดต่อทางคลินิกจะแจ้งให้ในวันผ่าตัด
ทำไมคนที่ผ่าตัดเหมือนกันจึงเล่าความรู้สึกไม่เหมือนกัน?
เพราะความเจ็บเป็นค่าที่ต่างกันในแต่ละบุคคลตั้งแต่ต้น
สามอย่างที่ทำให้คำบอกเล่าต่างกันคือ แผนการผ่าตัดที่ไม่เหมือนกัน สภาพร่างกายในวันนั้น และเกณฑ์ในใจของแต่ละคนที่ใช้เรียกความรู้สึกว่าเจ็บ อย่างที่สามวัดไม่ได้เลย แต่มีน้ำหนักมากที่สุดเวลาคนคนหนึ่งเล่าประสบการณ์ให้คนอื่นฟัง
คำบอกเล่าของคนอื่นจึงอ่านเป็นข้อมูลได้ แต่ไม่ใช่ค่าที่วางทับลงบนตัวเองได้ตรง ๆ คำถามที่ใช้ได้จริงกว่าคือถามคลินิกว่าแผนของตัวเองมีรายการอะไรบ้าง
| ช่วงเวลา | ความรู้สึกที่มักพบ | สิ่งที่ทำได้ |
|---|---|---|
| ระหว่างผ่าตัด | เจ็บไม่มาก มักเป็นการสัมผัสหรือแรงกด | ทราบไว้ว่าเป็นการหลับตื้น จึงอาจรู้สึกตัวเป็นช่วง ๆ |
| 3 ถึง 4 วันแรก | บวมและความเจ็บเพิ่มขึ้นก่อน แล้วค่อย ๆ ทุเลา | กินยาของคลินิก และเพิ่มยาแก้ปวดทั่วไปได้หากยังปวด |
| หลังจากนั้น | ทิศทางของอาการเปลี่ยนเป็นลดลง | จดไว้ว่าวันไหนยังต้องใช้ยาเสริม |
| สัญญาณที่ต่างออกไป | ร้อน ปวด แดงที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เลือดไม่หยุด หนองหรือไข้ ตามัวต่อเนื่อง | ติดต่อคลินิกและกลับมาตรวจทันที ไม่ต้องรอวันนัด |
คำถามที่คนไข้ถามบ่อย
Q1) เวลาชั่วโมงครึ่งนั้นรวมเวลาให้ยาแล้วหรือยัง?
A1) รวมแล้วครับ ตัวเลข 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที นับรวมการให้ยา การทำความสะอาดบริเวณผ่าตัด และการผ่าตัดไว้ด้วยกัน
Q2) ทำไมของบางคนใช้เวลาไม่เท่ากัน?
A2) เพราะรายการที่วางแผนไว้ในวันนั้นไม่เท่ากัน บางคนทำเฉพาะชั้นตา บางคนมีการแก้ไขกล้ามเนื้อตาหรือการเปิดมุมตารวมอยู่ด้วย
Q3) จะรู้สึกตัวระหว่างผ่าตัดไหม?
A3) เป็นการหลับตื้น จึงอาจรู้สึกตัวหรือจำเสียงได้เป็นช่วง ๆ ซึ่งคาดไว้ล่วงหน้าได้ ไม่ใช่สัญญาณว่ายาไม่ได้ผล
Q4) วันไหนที่รู้สึกแย่ที่สุด?
A4) โดยทั่วไปอยู่ใน 3 ถึง 4 วันแรก ซึ่งอาการเพิ่มขึ้นก่อนแล้วจึงค่อย ๆ ทุเลาลง ส่วนความรู้สึกจริงต่างกันไปในแต่ละบุคคล
Q5) กินยาแก้ปวดที่ซื้อเองเพิ่มได้ไหม?
A5) ความเจ็บในระดับหนึ่งกินยาแก้ปวดทั่วไปอย่างพาราเซตามอลเสริมจากยาที่คลินิกจ่ายให้ได้ โดยยาของคลินิกยังเป็นชุดหลักที่กินตามที่แจ้งไว้
Q6) เจ็บแบบไหนที่ต้องรีบติดต่อ?
A6) ความเจ็บที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมอาการร้อนและรอยแดง รวมถึงเลือดที่ไหลไม่หยุด หนองหรือไข้ และตามัวต่อเนื่อง กรณีเหล่านี้ให้กลับมาตรวจทันที
สิ่งที่อยากให้ติดกลับไปคือ ให้แยกคำถามออกเป็นสองข้อตั้งแต่ในห้องปรึกษา ข้อแรกคือวันนั้นใช้เวลาเท่าไหร่ ข้อที่สองคือวันไหนที่จะรู้สึกแย่ที่สุดและควรทำอะไรในวันนั้น คนที่ถือคำตอบทั้งสองข้อกลับไป จะไม่ต้องตัดสินอาการของตัวเองอยู่คนเดียวในคืนวันที่สาม
ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น เลือดออก การติดเชื้อ อาการบวม ความไม่สมมาตร และแผลเป็น กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ