อาการตาแห้งและตาฝืดเกิดจากการที่ดวงตาถูกรบกวนระหว่างการผ่าตัด และโดยทั่วไปจะดีขึ้นภายใน 1 ถึง 2 เดือน โดยระหว่างนั้นใช้น้ำตาเทียมได้ ส่วนน้ำตาที่ไหลมากขึ้นและขี้ตาที่เยอะขึ้นมาจากเหตุเดียวกัน และโดยทั่วไปดีขึ้นภายใน 1 เดือน สามอาการนี้จึงเป็นเรื่องเดียวกันที่แสดงออกคนละแบบ และมีช่วงเวลาของตัวเองที่ต่างกันเล็กน้อย
อาการตาแห้งและตาฝืดเกิดจากการที่ดวงตาถูกรบกวนระหว่างการผ่าตัด และโดยทั่วไปจะดีขึ้นภายใน 1 ถึง 2 เดือน โดยระหว่างนั้นใช้น้ำตาเทียมได้ ส่วนน้ำตาที่ไหลมากขึ้นและขี้ตาที่เยอะขึ้นมาจากเหตุเดียวกัน และโดยทั่วไปดีขึ้นภายใน 1 เดือน สามอาการนี้จึงเป็นเรื่องเดียวกันที่แสดงออกคนละแบบ และมีช่วงเวลาของตัวเองที่ต่างกันเล็กน้อย
สวัสดีครับ ที่นี่ HANI Plastic Surgery ย่านคังนัม กรุงโซล หลังการผ่าตัดตา คำถามที่ถูกถามเข้ามาซ้ำ ๆ ไม่ใช่เรื่องรูปทรงเสมอไป แต่เป็นเรื่องความรู้สึกบนผิวดวงตา ที่เปลี่ยนไปจากเดิมโดยไม่มีใครเตือนไว้ก่อน
ทำไมสามอาการนี้จึงมาพร้อมกัน?
เพราะมาจากเหตุเดียวกัน คือการที่ดวงตาถูกรบกวนระหว่างการผ่าตัด
เปลือกตาไม่ได้เป็นเพียงผิวหนังที่ปิดอยู่ด้านบน มันคือสิ่งที่เกลี่ยน้ำตาให้กระจายทั่วผิวดวงตาทุกครั้งที่กะพริบ เมื่อบริเวณนี้ผ่านการผ่าตัดและยังบวมอยู่ จังหวะการกะพริบในช่วงแรกจึงไม่เหมือนเดิม
ผลที่ตามมาแสดงออกได้สองทางที่ดูขัดกันเอง ทางหนึ่งคือรู้สึกแห้งและฝืด อีกทางคือน้ำตาไหลมากกว่าปกติ หลายคนงงว่าทำไมตาแห้งแต่กลับมีน้ำตาไหลตลอด ทั้งสองอย่างมาจากรากเดียวกัน จึงเกิดพร้อมกันในคนคนเดียวได้
ตาแห้งและตาฝืดจะอยู่นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปดีขึ้นภายใน 1 ถึง 2 เดือน
ค่านี้เป็นค่าที่คลินิกใช้แจ้งคนไข้ และควรอ่านให้ถูกด้าน มันไม่ได้แปลว่าอาการจะอยู่ครบสองเดือนแล้วหายไปในวันสุดท้าย แต่แปลว่าเป็นช่วงเวลาที่อาการค่อย ๆ เบาลงจนไม่รบกวนอีกต่อไป
สิ่งที่ใช้ประเมินจึงเป็นทิศทาง ไม่ใช่การมีหรือไม่มีในวันใดวันหนึ่ง หากเทียบสัปดาห์นี้กับสัปดาห์ที่แล้วแล้วเบาลง แปลว่ากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่คาดไว้
แล้วน้ำตากับขี้ตาที่เพิ่มขึ้นล่ะ?
โดยทั่วไปดีขึ้นภายใน 1 เดือน
ทั้งสองอย่างมาจากการที่ดวงตาถูกกระตุ้นจากการผ่าตัด และจัดอยู่ในกลุ่มที่หายไปเองตามเวลา ขี้ตาที่มากขึ้นในช่วงเช้าเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในสัปดาห์แรก ๆ
จะเห็นว่าค่าของกลุ่มนี้สั้นกว่าค่าของอาการตาแห้งอยู่เล็กน้อย ในทางปฏิบัติแปลว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่น้ำตากับขี้ตากลับเป็นปกติไปก่อน แล้วยังเหลือความรู้สึกฝืดอยู่อีกระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นลำดับที่คาดไว้ได้ ไม่ใช่สัญญาณว่ามีอะไรผิดพลาด
ใช้น้ำตาเทียมได้ไหม?
ใช้ได้ครับ
ทางคลินิกระบุว่าในช่วงที่รู้สึกแห้งหรือฝืด สามารถหยอดน้ำตาเทียมได้ ข้อดีในทางปฏิบัติของมันคือช่วยให้ผ่านช่วงเวลาที่รบกวนที่สุดของวันไปได้ โดยไม่ต้องเผลอเอามือไปขยี้ตา ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรเลี่ยงมากที่สุดในช่วงนี้
ส่วนยาที่ได้รับจากคลินิก เช่น ยาที่รับประทานหรือยาทาที่ได้รับมาสำหรับบริเวณแผล ให้ใช้ตามที่แจ้งไว้ อย่านำมาสลับหน้าที่กับน้ำตาเทียม เพราะเป็นคนละอย่างและมีเป้าหมายคนละอย่าง
| อาการ | ช่วงที่มักทุเลาลง | สิ่งที่ทำได้ระหว่างนั้น |
|---|---|---|
| ตาแห้ง ตาฝืด | โดยทั่วไปภายใน 1 ถึง 2 เดือน | ใช้น้ำตาเทียมได้ และเลี่ยงการขยี้ตา |
| น้ำตาไหลมากกว่าปกติ | โดยทั่วไปภายใน 1 เดือน | ซับด้วยการแตะเบา ๆ ไม่ถูไปมา |
| ขี้ตาเยอะขึ้น | โดยทั่วไปภายใน 1 เดือน | เช็ดรอบดวงตาอย่างระมัดระวัง ไม่ดึงหรือแกะ |
| การมองเห็นที่ยังมัวต่อเนื่อง | ไม่ใช่กลุ่มที่รอได้ | ติดต่อคลินิกทันที |
ทำไมบางวันรู้สึกหนักกว่าวันอื่น?
เพราะสภาพแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนไปในแต่ละวัน
ห้องที่เปิดแอร์เย็นจัดตลอดวัน ลมที่พัดตรงเข้าหน้า และการจ้องหน้าจอนาน ๆ โดยกะพริบตาน้อยลง ล้วนทำให้ความรู้สึกแห้งชัดขึ้นในช่วงเวลานั้น ห้องโดยสารเครื่องบินก็เป็นอีกที่หนึ่งที่หลายคนสังเกตเห็นความต่างได้ชัด
ค่าที่คลินิกแจ้งไว้อธิบายเส้นทางของการฟื้นตัวโดยรวม ไม่ได้อธิบายความสูงต่ำของแต่ละวัน การเปรียบเทียบที่ให้คำตอบตรงกว่าจึงเป็นการเทียบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ไม่ใช่วันต่อวัน
อาการเหล่านี้อยู่ในรายการผลข้างเคียงด้วย ต่างกันอย่างไร?
ต่างกันที่แกนเวลา ไม่ใช่ที่ชื่อของอาการ
ทางคลินิกระบุอาการที่เป็นไปได้จากการผ่าตัดตาไว้ล่วงหน้า ได้แก่ อาการแสบตาและตาแห้ง ความรู้สึกตึงและความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม การแพ้แสง อาการปวดศีรษะ ไปจนถึงการสูญเสียการมองเห็น จะเห็นว่าตาแห้งมีชื่ออยู่ในรายการนั้นด้วย
สิ่งที่แยกสองอย่างนี้ออกจากกันคือมันเดินไปทางไหนเมื่อเวลาผ่านไป อาการที่เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวจะเบาลงตามช่วงเวลาที่กล่าวถึงข้างต้น ส่วนอาการที่ยังอยู่เท่าเดิมหลังผ่านช่วงนั้นไปแล้ว เป็นสิ่งที่ต้องดูของจริงในห้องตรวจ ไม่ใช่สิ่งที่ตัดสินจากบทความ
น้ำตาที่ไหลมากทำให้ตามัวได้ไหม?
ทำให้ภาพเบลอเป็นช่วง ๆ ได้ แต่ต้องแยกจากการมองเห็นที่มัวต่อเนื่อง
เมื่อมีน้ำตาคลออยู่หรือมีขี้ตาติดที่ขอบตา ภาพจะเบลอชั่วขณะแล้วกลับมาชัดหลังกะพริบ นอกจากนี้ยาขี้ผึ้งป้ายตาที่เข้าไปในดวงตา หรือเยื่อบุตาที่บวมร่วมกับเปลือกตา ก็ทำให้ภาพมัวชั่วคราวได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้อยู่ในกลุ่มที่กลับมาเอง
สิ่งที่ไม่อยู่ในกลุ่มนี้คือภาพที่ยังมัวอยู่แม้เวลาผ่านไป หรือมองไม่เห็น กรณีนั้นให้ติดต่อคลินิกโดยเร็ว ไม่ต้องรอถึงวันนัด
เรื่องนี้เกี่ยวกับคอนแทคเลนส์อย่างไร?
คอนแทคเลนส์กลับมาใส่ได้หลังผ่าตัดครบ 2 สัปดาห์
สังเกตว่าหมุดหมายนั้นมาถึงก่อนที่ช่วงเวลาของอาการตาแห้งจะจบลง แปลว่าคนจำนวนหนึ่งจะกลับไปใส่คอนแทคเลนส์ในขณะที่ยังรู้สึกฝืดอยู่บ้าง ซึ่งเป็นจังหวะที่ควรค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าจะกลับไปใส่ทั้งวันเหมือนเดิมตั้งแต่วันแรก
ถ้าใส่แล้วรู้สึกฝืดมากจนใช้ชีวิตลำบาก กรุณาสอบถามคลินิกแทนการทนใส่ต่อ การประเมินเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวดวงตาจริง ซึ่งต่างกันในแต่ละคน
ระหว่างรอ ควรทำอะไรและไม่ควรทำอะไร?
หลักเดียวคือลดการรบกวนบริเวณนั้นให้มากที่สุด
สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการขยี้ตาและการถูไปมาเวลาซับน้ำตา ในช่วงอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์แรกต้องล้างหน้าด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษบริเวณดวงตา ส่วนการแต่งหน้าเริ่มได้หลังครบ 2 สัปดาห์ ซึ่งรวมถึงเครื่องสำอางบริเวณขอบตาด้วย
อีกข้อที่มักถูกมองข้ามคืออาการคันบริเวณไหมที่เย็บไว้ ซึ่งเกิดขึ้นได้ระหว่างแผลฟื้นตัว ทางคลินิกแนะนำให้เลี่ยงการกระตุ้นบริเวณนั้น แล้วทายาปฏิชีวนะชนิดขี้ผึ้งที่ได้รับมาบาง ๆ แทนการเกา
คำถามที่คนไข้ถามบ่อย
Q1) ตาแห้งจะหายเมื่อไหร่?
A1) โดยทั่วไปดีขึ้นภายใน 1 ถึง 2 เดือน โดยระหว่างนั้นใช้น้ำตาเทียมได้ สิ่งที่ใช้ดูคือทิศทางเมื่อเทียบสัปดาห์ต่อสัปดาห์
Q2) น้ำตาไหลตลอดเวลา ปกติไหม?
A2) เกิดจากการที่ดวงตาถูกกระตุ้นจากการผ่าตัด และโดยทั่วไปดีขึ้นภายใน 1 เดือน
Q3) ตาแห้งแต่น้ำตาไหลพร้อมกัน เป็นไปได้ไหม?
A3) เป็นไปได้ครับ ทั้งสองอาการมาจากเหตุเดียวกันคือการถูกรบกวนระหว่างผ่าตัด จึงเกิดพร้อมกันในคนคนเดียวได้
Q4) ซื้อน้ำตาเทียมเองได้ไหม หรือต้องใช้ของคลินิก?
A4) ทางคลินิกระบุว่าหยอดน้ำตาเทียมได้ ส่วนยาที่ได้รับจากคลินิกให้ใช้ตามที่แจ้งไว้ และไม่นำมาใช้สลับหน้าที่กัน หากไม่แน่ใจกรุณาสอบถามในวันติดตามผล
Q5) ผ่านหนึ่งเดือนแล้วยังฝืดอยู่ ผิดปกติไหม?
A5) ช่วงเวลาของอาการตาแห้งอยู่ที่ 1 ถึง 2 เดือน จึงยังอยู่ในช่วงนั้นได้ แต่ถ้าไม่เบาลงเลยหลังผ่านช่วงดังกล่าว กรุณาเข้ามาให้ตรวจดูของจริง
Q6) ขี้ตาเยอะจนมองไม่ค่อยชัดตอนเช้า ต้องกังวลไหม?
A6) ภาพที่เบลอแล้วกลับมาชัดหลังกะพริบอยู่ในกลุ่มที่พบได้ แต่ถ้าการมองเห็นยังมัวต่อเนื่องไม่หายไป ให้ติดต่อคลินิกทันที
สิ่งที่อยากให้ติดกลับไปมีสองข้อ ข้อแรกคืออาการทั้งสามอย่างนี้มีช่วงเวลาของมันอยู่ และช่วงเวลานั้นถูกบอกไว้ล่วงหน้าแล้ว ข้อที่สองคือสิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่ว่าวันนี้มีอาการหรือไม่มี แต่เป็นว่าเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้วมันเบาลงหรือไม่ ถ้าเบาลง แปลว่ากำลังเดินตามทางของมัน
ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น เลือดออก การติดเชื้อ อาการบวม ความไม่สมมาตร และแผลเป็น กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ